มาทำความรู้จักกับ Instagram Business Profile กันเถอะ!
มาทำความรู้จักกับ
Instagram Business Profile กันเถอะ!
Instagram Business คืออะไร ทำไมเราต้องเปลี่ยนจาก Instagram ปกติ
ให้กลายเป็น Instagram Business ด้วย ให้ทุกคนลองนึกภาพตาม ถ้าเราสามารถดูข้อมูลโปรไฟล์ร้านค้าเราได้อย่างมืออาชีพ
ไม่ว่าจะเป็นจำนวนการเข้าชมโปรไฟล์ของเรา ,จำนวนโพสที่มีผู้เข้าชมจำนวนมาก ,ช่องทางที่ผู้คนเห็นโพสของเรามากที่สุด
และข้อมูลเชิงลึกอื่นๆ
คงเป็นฐานข้อมูลที่ช่วยให้ร้านค้าเราสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายมากขึ้น
Instagram Business Profile มีฟังก์ชันดีๆอะไรบ้าง
1). ข้อมูลเชิงลึก (Insights) เกี่ยวกับผู้เข้าชมโปรไฟล์เรา
ซึ่งฟังก์ชั่นนี้จะช่วยให้เราสามารถดูข้อมูลเชิงสถิติต่างๆเกี่ยวกับโปรไฟล์ร้านค้าเราได้
2). ซื้อโฆษณาบน Instagram
เราสามารถซื้อโฆษณาเพื่อทำการโปรโมต ร้านได้ ก็ต่อเมื่อเราทำการเปลี่ยน Account เราให้เป็น Business Profile ซึ่งเราสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ โดยงบประมาณที่ใช้ เริ่มต้นแค่ 30 บาท เท่านั้น ซึ่งโฆษณาที่เราสามารถซื้อได้ จะเป็น Visit your Website กับ Call or Visit your Business เท่านั้น (บทความถัดไปเราจะมาสอนวิธีการลงโฆษณากันจ้า)
วิธีการเปลี่ยน Instagram ปกติ ให้กลายเป็น Instagram Business Profile
1). ไปที่ปุ่ม “การตั้งค่า”
2). ไปที่ปุ่ม “บัญชีผู้ใช้”
3). กดปุ่ม “เปลี่ยนเป็นบัญชีผู้ใช้ธุรกิจ”
4). กดปุ่ม
“ถัดไป”
5). เลือกหมวดหมู่ แล้วกด “ถัดไป”
6). ใส่ E-mail ของเรา แล้วกด “ถัดไป”
7). เมื่อเราเปลี่ยนเป็น Instagram Business
Profile สมบูรณ์แล้ว หน้าตาโปรไฟล์ก็จะเป็นแบบนี้จ้า
เริ่มต้นใช้งาน Instagram Business Profile
"ส่วนของข้อมูลเชิงลึก (รายสัปดาห์/รายเดือน/รายปี)"
1.) กดแถบด้านขวามือ เลือกคำว่า “ข้อมูลเชิงลึก”
2). แถบ “เนื้อหา” ในส่วนข้อมูลเชิงลึก
เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการโพสต่างๆ
2.1) โพส - เรื่องของโพสหน้า Feed
2.2) IG Story - เป็นเรื่องของสตอรี่
2.3) การโปรโมท - เป็นเรื่องของการโปรโมท
2.4) ดูทั้งหมด - เป็นเรื่องของการดูรายละเอียดทั้งหมด
2.1) โพส - เรื่องของโพสหน้า Feed
2.2) IG Story - เป็นเรื่องของสตอรี่
2.3) การโปรโมท - เป็นเรื่องของการโปรโมท
2.4) ดูทั้งหมด - เป็นเรื่องของการดูรายละเอียดทั้งหมด
ซึ่งเมื่อเราเลือกตรง ข้อ 2.4 “ดูทั้งหมด” เราสามารถเลือกดูข้อมูลการโพสตั้งแต่เริ่มโพสครั้งแรก – ปัจจุบันได้
โดยเราสามารถดูข้อมูลทั้งหมด ซึ่งการแบ่งการกรองข้อมูล ออกเป็น 3 แถวหลักๆดังนี้
แถวที่ 1 - รูปแบบโพส
แถวที่ 2 - รูปแบบการปฏิสัมพันธ์
แถวที่ 3 - เป็นการเลือกช่วงเวลา
3). แถบ “กิจกรรม”
เป็นข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่เข้ามามีปฎิสัมพันธ์กับโปรไฟล์ของเรา
3.1) การโต้ตอบ - คือชุดข้อมูลเชิงลึกที่วัดการดำเนินการของผู้คนเมื่อโต้ตอบกับบัญชีร้านค้าเรา
3.2) จำนวนการเยี่ยมชมโปรไฟล์ - จำนวนครั้งที่มีการเข้าไปเยี่ยมชมโปรไฟล์ร้านค้าเรา
3.3) การค้นพบ - คือ จำนวนคนที่เห็นเนื้อหาของเรา
และตำแหน่งที่เห็นเนื้อหาของเรา
3.4) การเข้าถึง - จำนวนคนที่เห็นและเข้าถึงบัญชีร้านค้าเรา
3.5) อิมเพรสชัน - จำนวนครั้งที่คนเห็นและเข้าถึงบัญชีร้านค้าเรา
4). แถบ “กลุ่มเป้าหมาย”
เป็นข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผู้ติดตามเรา
4.1) ตำแหน่งที่ตั้งยอดนิยม-สถานที่ระบุว่าผู้ติดตามเราอยู่ที่เมืองไหน หรือประเทศไหน
4.2)ช่วงอายุ - การจำแนกอายุของผู้ติดตามเรา
4.3) เพศ - การจำแนกเพศของผู้ติดตามเรา
4.4) ผู้ติดตาม - ระยะเวลาที่ผู้ติดตามเราใช้งาน Instagram
4.5) ผู้ติดตาม/ชั่วโมง - ระยะเวลาโดยเฉลี่ยที่ผู้ติดตามเราใช้งาน Instagram
ในหนึ่งวัน
4.6) ผู้ติดตาม/วัน - วันที่ผู้ติดตามเราใช้งานมากที่สุด
"ส่วนของข้อมูลเชิงลึกรายโพส"
1). ดูใต้โพส เลือกคำว่า “ดูข้อมูลเชิงลึก”
2). ในหน้าข้อมูลเชิงลึกนี้
จะแสดงข้อมูลเป็นรายโพสต่อวัน เราสามารถเลือกดูข้อมูลในแต่ละโพสได้ตามต้องการ ซึ่งจะมีข้อมูลต่างๆ ดังนี้
จะแสดงข้อมูลเป็นรายโพสต่อวัน เราสามารถเลือกดูข้อมูลในแต่ละโพสได้ตามต้องการ ซึ่งจะมีข้อมูลต่างๆ ดังนี้
2.1) ปฎิสัมพันธ์ - วัดจำนวนผู้โต้ตอบกับเรา
2.2) จำนวนการเยี่ยมชมโปรไฟล์-จำนวนครั้งที่คนเข้าดูโปรไฟล์เรา
2.3) ค้นพบ - คือ จำนวนคนที่เห็นโพสของเรา
2.4) ติดตาม - จำนวนคนที่เริ่มติดตามเรา
2.5) การเข้าถึง - จำนวนคนที่เห็นและเข้าถึงบัญชีร้านค้าเรา แบบไม่ซ้ำกัน
2.6) อิมเพรสชัน - จำนวนครั้งโดยรวมที่เห็นโพสเรา
ตอนนี้ทุกคนได้รู้จักกับ Instagram Business Profile
เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หวังว่าฟังก์ชั่นข้อมูลเชิงลึก จะช่วยให้ร้านค้าออนไลน์
สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น สำหรับวิธีการลงโฆษณาบน Instagram เราจะมาเขียนแนะนำในบทความต่อๆไปอีกทีจ้า
สุดท้ายแล้วอยากได้ความรู้อะไรเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ Line group >> " ตัวแทนใหม่ reseller24" <<






















ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น